โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในสังกัด กองกำกับการตำรวจตระเวนชานแดนที่ 41 ปัจจุบันมี รร.ตชด. รวม 11 โรงเรียน ตั้งอยู่ในพื้นที่ จว.ชุมพร 7 โรงเรียน และ จว.สุราษฎร์ธานี 4 โรงเรียน มีภารกิจในการให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร  แต่ละโรงเรียนมีที่ตั้งดังนี้


       1.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายสันตินิมิตร

       ปัจจุบันตั้งอยู่ หมู่ที่  10  ตำบลรับร่อ  อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยการนำของ นายนิรันต์ หยองนุ้ย เปิดทำการเรียนการสอนเมื่อ 13 มิถุนายน พ.ศ.2530 ต่อมาเมื่อ วันที่ 4 พฤศจิกายน  พ.ศ.2532 ได้ประสบภัยพายุไต้ฝุ่นเกย์ ทำให้อาคารเรียนเสียหาย ประชาชน เอกชนร่วมกับหน่วยงานราชการ ได้ร่วมสร้างอาคารเรียนขึ้นมาใหม่ ซึ่งบริษัท วิจิตภัณฑ์ปาล์มออย ได้บริจาคกระเบื้องมุงหลังคาจนการก่อสร้างแล้วเสร็จ  นายปราโมทย์ หยีตจันทร์  บริจาคที่ดินจำนวน 5 ไร่ โรงเรียน ตำรวจตระเวนชายแดนสันตินิมิตร อยู่ห่างจากโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน 20 กิโลเมตร อยู่ห่างจากชายแดนไทย – พม่า 5 กิโลเมตร

       2.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านพันวาล

       ตั้งอยู่หมู่ที่  11  ตำบลรับร่ออำเภอท่าแซะจังหวัดชุมพรโดย พ.ต.อ.ประพันธ์ ศรีวาลัย ผกก.ตชด.41 ได้จัดส่งครูจำนวน 2 นายเปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2532 มีนักเรียนทั้งหมด 68 คนอาคารเรียนชั่วคราวจำนวน 1 หลังมีพื้นที่ 20 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา ต่อมาในปีเดียวกันได้เกิดวาตภัย (พายุเกย์) พัดอาคารเรียนเสียหายและได้สร้างอาคารเรียนขึ้นมาใหม่โดยได้รับวัสดุอุปกรณ์และคุรุภัณฑ์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน,สำนักพระราชวัง ,ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรและมูลนิธิธรรมประทีปสัมโพธิญาณได้สร้างอาคารเรียนขนาดกว้าง8 เมตรยาว 32 เมตร 4 ห้องเรียน ปี พ.ศ. 2534 ราษฎรได้ร่วมกันสร้างอาคารชั่วคราวขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10  เมตรจำนวน 1 หลัง

       3.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านควนสามัคคี

       แต่เดิมหมู่บ้านควนสามัคคี เป็นพื้นที่ทุรกันดาร ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เนื่องจากประชากร หมู่ที่ 9 มีจำนวนมากขึ้น ในปี พ.ศ.2548 จึงได้แยกเป็นหมู่ที่ 13 ตำบลครน อำเภอสวี  จังหวัดชุมพร ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอสวี 25 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยา 14 กิโลเมตร  ถนนลูกรัง  6  กิโลเมตร  เป็นทางเท้า  5 กิโลเมตร ทำให้การคมนาคมของประชาชน    ในพื้นที่มีความลำบาก ไม่สะดวกในการทำผลผลิตทางการเกษตรออกไปจำหน่าย เยาวชนที่เป็นนักเรียนก็ต้องเดินเท้าไปเรียนที่โรงเรียนบ้านเขาล้าน เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร ซึ่งมีลักษณะเป็นทางเปลี่ยว และทุรกันดารทำให้ไม่สะดวกในการเดินทางไปโรงเรียนของนักเรียน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ราษฎรในพื้นที่ โดยนายเรียง  ชูมี  และ  นายสมเชษฐ์   คงบรรจง ได้บริจาคที่ดิน จำนวน 7 ไร่ 2  งาน   79  ตารางวา  ให้ก่อสร้างโรงเรียน ประชาชนร่วมกับเจ้าคณะ อำเภอทุ่งตะโก พระครูสุนทรกรณีย์ ได้สร้างอาคารเรียนแบบชั่วคราว ขนาด 8 x 12 เมตร ขึ้น 1 หลัง เมื่อสร้างอาคารชั่วคราวเสร็จแล้ว  พระครูสุนทรกรณีย์ พร้อมด้วยคณะราษฎร ได้ร้องขอให้กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 สนับสนุนครูตำรวจตระเวนชายแดน ไปทำการสอน โดย ส.ต.ท.สำราญ  กาละวงศ์ พร้อมพวก รวม 3 นาย ได้รับมอบหมาย จากผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 ไปทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนนักเรียน เมื่อ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2536 เปิดเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 2 มีนักเรียนรวม  41 คน และได้มีการปรับเปลี่ยนครูตำรวจตระเวนชายแดน ตามความเหมาะสมตามลำดับ

       4.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยเหมือง (คล้ายคลึงอุปถัมภ์)

       เดิมบ้านห้วยเหมืองตั้งอยู่ที่หมู่ที่  10  ตำบลนาขา  อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร โดยการนำของนายภิบาล  ศรีสุบัติ  ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  ลักษณะทั่วไปเป็นพื้นที่สูง  ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขา  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของบริษัทเหมืองแร่พรนาขา  ที่เข้ามาสัมปทานแร่  มีประชาชนเข้ามาอาศัยอยู่รอบๆ พื้นที่เหมืองแร่พรนาขา  ส่วนหนึ่งเป็นลูกจ้างของเหมืองแร่  อีกส่วนประกอบอาชีพเกษตรกรรม  มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เพื่อดำรงชีวิต  โดยอาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำลำห้วยพงและทับไม้ไผ่ จนกระทั่งปี พ.ศ.2528  บริษัทเหมืองแร่พรนาขาได้เลิกกิจการลง   และได้มอบพื้นที่ของบริษัทไว้ให้เป็นที่สาธารณประโยชน์จากนั้นก็มีประชาชนได้อพยพมาจับจองพื้นที่จาก

     จังหวัดชุมพร,สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช  สมุทรสาครและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เข้ามาอาศัยอยู่รวมกันโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ  เช่น  กลุ่มห้วยพง  กลุ่มทับไม้ไผ่  กลุ่มหน้าน้ำตก  และกลุ่มสามเหว  รวมกันเป็นชุมชนบ้านห้วยเหมือง  ได้มีการร่วมกันพัฒนาด้านสังคม  การศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  เกิดเป็นวัฒนธรรมบ้านห้วยเหมือง จึงได้ประชุมกันว่าพื้นที่เหมืองแร่เก่าที่มอบให้เป็นที่สาธารณประโยชน์จะจัดสรรเป็นโรงเรียน  วัด  และสถานีอนามัย  โดยมีมติรวมกันว่า  อาคารเหมืองเก่าพร้อมที่ดินส่วนหนึ่งจะจัดตั้งเป็นโรงเรียน

       5.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตะแบกงาม (ตันตระเธียรอุปถัมภ์)

          เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2557 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับ     ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านการบินไทย อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำรวจพื้นที่จุดบอด ที่ยังไม่มีการจัดการศึกษา และจัดการศึกษาให้กับประชาชน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 ได้รับสั่งการจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จึงได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวในเขตรับผิดชอบ จากการสำรวจพบว่า ห้องเรียนพิเศษบ้านตะแบกงาม ขึ้นกับโรงเรียนบ้านปากทรง สังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน สมควรจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลอยู่ในถิ่นทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก โรงเรียนบ้านปากทรงไม่สามารถจัดครู มาจัดการเรียนการสอนได้ และกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 ได้จัดกำลังพลมาทำหน้าที่ครู จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ ปี 2534 เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีนักเรียน 35 คน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 จึงเสนอห้องเรียนพิเศษบ้านตะแบกงาม จัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนขึ้น ซึ่งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้อนุมัติให้จัดตั้งเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2557 โดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตะแบกงาม” เปิดทำการเรียนการสอนเป็นทางการเมื่อ 16 พฤษภาคม 2557 จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

       6.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสิริราษฎร์

      ตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2531 เนื่องด้วยราษฎร หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งคาวัด และหมู่ที่ 16 ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียน เพราะโรงเรียนของรัฐบาลอยู่ห่างไกลหมู่บ้าน ทำให้นักเรียนเดินทางได้สะดวก ดังนั้นประชาชนได้ยื่นหนังสือร้องขอให้ตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นซึ่งปีแรกมีนักเรียน 42  คนครูตำรวจตระเวนชายแดน 2 นาย ครูช่วยสอน 1 คน โดยทำการเปิดการสอนนักเรียนชั้น เด็กเล็ก, ป.1 ,ป.2  ผู้ให้การสนับสนุนบริจาคที่ดินสร้างโรงเรียนมีดังนี้  นายประดิษฐ์  อุ่ยเซ่งหลี  นายโกวิทย์  ทิมกลับ  และนายภิรมย์  ไชยศรี โดยมีผู้ให้การสนับสนุนในการจัดตั้งและงบประมาณ คือ พระครูสิริวัฒนาภรณ์ , นายธงชัย  มีเพียร และประชาชนในเขตบริการ เปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรกในวันที่  13 พฤษภาคม 2531

       7.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านสวนเพชร

      ตั้งอยู่หมู่ที่ 15 บ้านคลองกลาง ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2532 มีเนื้อที่จำนวน 20 ไร่ ตั้งโดยกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนซึ่งเห็นความสำคัญประโยชน์ทางการศึกษาจึงได้ขอความช่วยเหลือจากพระครูสิริวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโสมสิริวัฒนาราม ตำบลทุ่งหลวง อำเภอละแม จังหวัดชุมพร เพื่อรับการสนับสนุนครู ตชด.จาก กก.ตชด.41 ซึ่งในขณะนั้น พ.ต.อ.ประพันธ์ ศรีวาลัย เป็น ผกก.ตชด.41 และสั่งการให้ สนับสนุนครู ตชด.จำนวน 2 นาย โดยมี ส.ต.อ.วิโรจน์ อุตสาหกิจ เป็นครูใหญ่ มีนักเรียนจำนวน 23 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้น ป.1 – ป.6 เริ่มเปิดเรียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2532

       8.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านยางโพรง

       ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยเป็นสาขาของโรงเรียนบ้านพรุยายชี สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอไชยา มีเนื้อที่จำนวน 28 ไร่ 32 ตารางวา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านยางโพรงเป็นครั้งแรกและทรงปลูกต้นเคี่ยม จำนวน 1 ต้น ซึ่งเป็นไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 10ธันวาคม 2547

       9.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ (บ้านคลองวาย)

         เดิมชื่อ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองวาย ก่อตั้งวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2531 โดยคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งมีนายสวาท ศิริรัตน์ เป็นแกนนำได้ทำหนังสือร้องขอการจัดตั้งโรงเรียนต่อพันตำรวจเอกประพันธ์ ศรีวาลัย ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 และเป็นผู้อนุมัติจัดตั้งโรงเรียนขึ้น  ในปี 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินงบประมาณสำหรับการก่อสร้างอาคารเรียน จำนวน 9 ห้องเรียน เพื่อเป็นที่ระลึกแด่ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ พระอาจารย์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ (บ้านคลองวาย) เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567

       10.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเทคนิคมีนบุรีอนุสรณ์ 1

      เดิมชื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนประชาสันติ (บางเตา) ตั้งอยู่ หมู่ที่ 10 บ้านบางเตา  ตำบลบางสวรรค์  อำเภอพระแสง  จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อดีตเป็นพื้นที่แทรกแซงของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  บุตร หลานของประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนไม่มีสถานที่เรียน  ประชาชนในพื้นที่จึงได้ร่วมกันก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ขนาด 7 x 12 เมตร โดยได้รับการบริจาคที่ดินจาก  นายสุวรรณ รักษ์วงศ์ จำนวน  28  ไร่  2  งาน และได้ทำหนังสือขอจัดตั้งโรงเรียนไปยังกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 8  เปิดสอนครั้งแรก เมื่อ วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2530  มีครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 3  นาย   นักเรียน 38  คน   จำนวน  2 ชั้นเรียน 

       11.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านกอเตย

       ตั้งอยู่ หมู่ที่ 11 บ้านกอเตย ตำบลคลองพา อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี พ.ศ. 2533 ราฎรในพื้นที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาเนื่องจากเด็กในหมู่บ้านต้องเดินทางไปเรียนหนังสือซึ่งอยู่ไกลจากหมู่บ้าน เส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เด็กไม่สามารถเดินทางไปเรียนได้จึงได้ร่วมกันสร้างอาคารเรียนชั่วคราวในหมู่บ้านทับสมิงคราขึ้น โดยขอเป็นโรงเรียนสาขาของบ้านหนองเหรียง เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษา ชื่อโรงเรียนบ้านทับสมิงครา ครูผู้สอนเป็นราษฎรในหมู่บ้าน และราษฎรช่วยกันออกเงินครอบครัวละ 20 บาท โดยขายที่ดินเดิม เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีนักเรียน 28 คน ในปี พ.ศ. 2538 เปิดทำการสอนเพราะเก็บเงินเป็นค่าตอบแทนครูไม่ได้ ปี พ.ศ. 2539 ได้สำรวจพื้นที่ และขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด จัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านกอเตย และเริ่มเปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2540 โดยใช้อาคารเรียนหลังเก่าที่ราษฎรได้สร้างไว้เดิมเป็นที่เรียน และส่ง ตชด. เข้าไปทำหน้าที่ครูใหญ่ จำนวน 1 นาย ราษฎรร่วมกับหมวดมวลชนสัมพันธ์ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 417 ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 54 เมตร จำนวน 6 ห้องเรียน 1 ห้องพักครู และโรงอาหารอีกหนึ่งหลัง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบต.คลองพา อำเภอท่าชนะ จำนวน 70,000 บาท และเงินบริจาคอีกส่วนหนึ่ง ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๑ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 ได้จัดหาวัสดุอุปกรณ์และส่งกำลังตำรวจตระเวนชายแดนดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โรงเรียนมีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา